เรามองเป็นบวกตามเดิมจากการประชุมนักวิเคราะห์ (2 มี.ค.) โดยมีปัจจัยสำคัญ ดังนี้
1) ประเมินปัจจัยสงครามสหรัฐ/อิสราเอล-อิหร่าน จะมีผลกระทบไม่มาก เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากตะวันออกกลางน้อย, หากราคาน้ำมันขึ้นสามารถปรับขึ้นค่าบริการได้ ขณะที่เป็นบวกต่อธุรกิจ Freight ที่แนวโน้มค่าระวางเพิ่มขึ้น รวมถึงคลังห้องเย็นและคลังสินค้าทั่วไป ลูกค้าจะฝากสินค้านานขึ้น
2) ธุรกิจที่จะเติบโตได้ดีในปี 2026E ได้แก่ ห้องเย็นที่จะมี occupancy rate เพิ่มขึ้น, ธุรกิจ Overseas ยังโตดีที่เวียดนาม และ ALPHA จะมีคลังเพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจ Automotive ยังเผชิญความท้าทายมากขึ้น
3) ตั้งเป้าจะลด SG&A ในปี 2026E อีก 100-200 ล้านบาท จากปี 2025 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท
4) มีแผนขายคลังสินค้า ALPHA เข้า REIT อีกราว 3–4 โครงการ ช่วงปลายปี 2026E
เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E ที่ 1.3 พันล้านบาท +14% YoY เติบโตได้ดีต่อเนื่องจากธุรกิจห้องเย็น, คลังสินค้าทั่วไป และธุรกิจ Oversea ที่ดีขึ้น ตามการขยาย capacity ใหม่ และจะยังคงเน้นแผนลดต้นทุน สำหรับแนวโน้มกำไร 1Q26E เราประเมินจะลดลง YoY จากฐานสูง แต่จะดีขึ้น QoQ จากธุรกิจห้องเย็นที่ยังดีขึ้น และ SG&A ที่จะลดลงจาก 4Q25
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.00 บาท อิง 2026E PER ที่ 18.5 เท่า (-1.0SD below 5-yr average PER) โดยยังมีกำไรยังมี upside หากดีล M&A ประสบความสำเร็จ ด้าน valuation น่าสนใจ ปัจจุบันเทรดที่ 2026E core PER 11.9 เท่า คิดเป็น -1.75SD และ PBV ต่ำเพียง 0.6 เท่า