เราคงมุมมองเชิงบวกว่า SCGP จะรายงานกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งใน 1Q26E ที่ 1.2 พันล้านบาท (+35% YoY, ทรงตัว QoQ) โดยสูงขึ้น YoY หนุนโดยความสามารถในการทำกำไรที่สูงขึ้นจากผลกระทบที่ล่าช้า (lag effect) ของราคาวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้
1) เราประเมินว่า SCGP จะรายงานอัตราการทำกำไรขั้นต้น (GPM) ที่แข็งแกร่งใน 1Q26E โดยมีแรงหนุนจาก lag effect ของราคา RCP ที่อ่อนตัวระหว่างปี 2025 ซึ่งน่าจะช่วยชดเชยปริมาณขายรวมที่อ่อนตัว QoQ จากการปิดซ่อมบำรุงโรงงานผลิตเยื่อเคมีละลาย (Dissolving pulp)
2) บริษัท PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar) น่าจะเห็นปริมาณขายที่เติบโต YoY ใน 1Q26E หนุนโดยอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน EBITDA margin น่าจะดีขึ้น QoQ หลังมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการจัดการพลังงานใน 4Q25
3) สำหรับผลประกอบการ 2Q26E แม้เราเชื่อว่าปริมาณขายรวมจะอ่อนตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ profitability ของบริษัทน่าจะยังทรงตัวในระดับสูงได้เนื่องจากต้นทุนของวัตถุดิบที่ต่ำอยู่
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ที่ 4.6/5.0 พันล้านบาท เทียบกับ 4.1 พันล้านบาทในปี 2025 โดยมีสมมติฐานสำคัญ คือ 1) ปริมาณขายรวมที่เติบโต 2) ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่สูงขึ้น และ 3) ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายที่ 23.00 บาท อิง 2026E PER ที่ 21.3x (-1.20SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER ระยะยาว) หากกำไร 1Q26E เป็นไปตามที่เราคาด กำไร 1Q26 จะคิดเป็น 26.4% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา