เรามีมุมมองเชิงบวกว่าภาพรวมธุรกิจของ PTG จะฟื้นตัวใน 4Q25E โดยเราเชื่อว่าปริมาณขายน้ำมันและรายได้จากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับน้ำมัน (non-oil) ที่สูงขึ้นจะช่วยชดเชยค่าการตลาด (marketing margin) ที่มีแนวโน้มอ่อนตัว QoQ ได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1) เราประเมินว่าปริมาณขายน้ำมันจะฟื้นตัวใน 4Q25E โดยมีปัจจัยหนุนจากอุปสงค์การเดินทางที่สูงขึ้นในช่วงฤดูกาลวันหยุด รวมถึง อุปสงค์การใช้น้ำมันดีเซลที่อาจจะสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว
2) เราเชื่อด้วยว่ารายได้ของธุรกิจ non-oil น่าจะสูงขึ้นหลักๆจากแผนการขยายสาขาเชิงรุกของร้านกาแฟพันธุ์ไทย ทั้งนี้ เราคาดผลกระทบที่จำกัดจากการปรับสิทธิประโยชน์บัตร PT Max Card Plus (MCP)
3) อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่า marketing margin ของบริษัทอาจจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยใน 4Q25E จากผลกระทบจากการปรับราคาขายปลีกดีเซลลงมา Bt1.0/litre ใน 4Q25E
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2025E/2026E ที่ 1.1/1.3 พันล้านบาท เทียบกับ 1.0 พันล้านบาทในปี 2024E โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ คือ 1) Marketing margin จะสูงขึ้นในช่วง Bt1.67/litre-Bt1.70/litre เทียบกับ Bt1.65/litre ในปี 2024 และ 2) ปริมาณขายน้ำมันจะเติบโต 3% ในปี 2026E
เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” ที่ราคาเป้าเดิมปี 2026E ที่ 8.80 บาท อิง 2026E PER ที่ 11.5x (ประมาณ -1.0SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ทั้งนี้ เราเชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนความกังวลต่อผลกระทบเชิงลบต่อแผนการปรับสิทธิบัตร MCP และแนวโน้ม marketing margin ที่อ่อนตัวไปมากแล้ว