เรามีมุมมองเป็นกลางหลังเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ซึ่งแนวโน้มภาพรวมธุรกิจระยะสั้นยังเป็นไปตามมุมมองของเราที่คาดว่าแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี (petrochemical product price spread) จะยังคงสูงขึ้น YoY ใน 4Q26E ในขณะที่ ปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีน่าจะฟื้นตัวเล็กน้อย QoQ จากการที่โรงแครกเกอร์ระยองโอเลฟินส์ (ROC) กลับมาดำเนินงานเต็มไตรมาส นอกจากนี้ สำหรับภาพระยะยาว เรามองเป็นบวกต่อ SCC จากการประกาศเดินหน้าร่วมมือกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในธุรกิจโอเลฟินส์ (olefins) และโพลิโอเลฟินส์ (polyolefins) ในประเทศไทย โดยเราเชื่อว่าจากการที่ SCGC จะรับรู้ผลประกอบการด้วยวิธีส่วนได้เสีย (equity method) จะส่งผลดีต่ออัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (leverage ratios) ปรับตัวดีขึ้น
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ขึ้น 17%/6% เป็น 2.38/1.86 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 1.41 หมื่นล้านบาทในปี 2025 หลักๆเพื่อรวม 1) กำไรของธุรกิจแพ็คเกจจิ้ง (SCGP) ที่ดีขึ้นจากผลประกอบการของบริษัท PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar) ที่ฟื้นตัว และ 2) ความสามารถในการทำกำไร (profitability) ของธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (CBM) ที่สูงขึ้น
เมื่อรวมผลกระทบของการปรับประมาณการกำไรและการเปลี่ยนปีฐาน เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2027E ที่ 300.00 บาท (เดิม 290.00 บาท) อิงวิธี SOTP เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยเราเชื่อว่าผลประกอบการของบริษัทจะสูงขึ้น YoY, QoQ ใน 4Q26E ขณะที่ มีมุมมองบวกต่อภาพรวมธุรกิจระยะยาวของบริษัทจากแผนความร่วมมือกับ PTTGC