เราประเมินว่า OR จะรายงานกำไรสุทธิ 4Q25E ที่ 1.8 พันล้านบาท (-39% YoY, -31% QoQ) หากไม่รวมรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน กำไรปกติน่าจะอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท (-20% YoY, -9% QoQ) โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ ดังนี้
1) ธุรกิจ Mobility น่าจะที่เห็นปริมาณขายน้ำมันในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้น QoQ ตามอุปสงค์การเดินทางที่สูงขึ้นในฤดูท่องเที่ยวขณะที่ เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตร (GP/litre) จะยังคงสูงขึ้น YoY ส่วน ธุรกิจ Lifestyle น่าจะเห็นรายได้ที่เติบโต YoY, QoQ หนุนโดยจำนวนสาขา Café Amazon ที่สูงขึ้น
2) ธุรกิจ Global ยังน่าจะเห็นปริมาณขายน้ำมันรวมในต่างประเทศที่ลดลงหลักๆจากผลกระทบของธุรกิจในประเทศกัมพูชา
3) เราเชื่อว่าบริษัทจะมีการตั้งสำรองด้อยค่าของสินทรัพย์ (loss on impairment of assets) ของธุรกิจที่ไม่สร้างกำไรที่ประมาณ 340 ล้านบาท ตามรอบการทบทวนการลงทุนของบริษัท
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2025E/2026E ที่ 1.08/1.08 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 7.7 พันล้านบาทในปี 2024 โดยมีสมมติฐานสำคัญ คือ 1) GP/litre จะอยู่ในช่วงที่สูงขึ้น 2) Lifestyle EBITDA margin ดีขึ้น และ 3) ต้นทุนทางการเงินต่ำลง หากประมาณการกำไร 4Q25E เป็นไปตามที่เราคาด จะมี upside ประมาณ 2.7% บนประมาณการกำไรทั้งปีของเรา
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายที่ 16.00 บาท อิง 2026E PER ที่ 17.7x (ประมาณ -2.0SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER 5 ปีย้อนหลังของกลุ่มค้าปลีก)