เรามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มกำไรปกติ 4QFY26E ที่คาดว่าจะเติบโตดีเป็น 5.0 พันล้านบาท (+25% YoY, +33% QoQ) โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการรับรู้รายได้ PSC ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ อัตราใหม่ที่ 1,120 บาท/คน (เดิม 730 บาท/คน) เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก ส่งผลให้รายได้หลักปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 หมื่นล้านบาท (+8% YoY, +14% QoQ) สำหรับจำนวนผู้โดยสารจะยังชะลอตัวตามคาดอยู่ที่ 27.8 ล้านคน (-3% YoY, +0.3% QoQ) จากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยแบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 16.8 ล้านคน (-2% YoY, -0.4% QoQ) และผู้โดยสารในประเทศ 11.0 ล้านคน (-5% YoY, +1% QoQ)
ทั้งนี้ หากกำไร 4QFY26E เป็นไปตามคาด จะทำให้ FY26E มีกำไรสุทธิ 2.0 หมื่นล้านบาท (+9% YoY) และกำไรปกติ 1.9 หมื่นล้านบาท (+4% YoY) ซึ่งยังใกล้เคียงกับที่เราทำไว้ สำหรับ FY27E เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นเป็นที่ 2.7 หมื่นล้านบาท (+35% YoY) จากการรับรู้รายได้ PSC อัตราใหม่เต็มปี ขณะที่ยังประเมินจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 128 ล้านคน (+1% YoY)
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 73.00 บาท อิง DCF (WACC 7.0%, terminal growth 3.0%) โดยจะยังมี catalyst จากแนวโน้มกำไร 1Q-2QFY27E ที่จะยังคงขยายตัว YoY และ QoQ ได้อย่างโดดเด่นต่อเนื่อง แม้ทิศทางผู้โดยสารจะชะลอตัว YoY แต่ยังคงเติบโต QoQ ได้โดดเด่น ตามปัจจัยฤดูกาลที่เข้าสู่ช่วง high season ของการท่องเที่ยว และการรับรู้รายได้จาก PSC อัตราใหม่ นอนจากนี้ แนวโน้มกำไรในอนาคตยังมี upside เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่อยู่ระหว่างการศึกษาให้มีการเก็บ PSC ผู้โดยสาร transfer/transit, การปรับเพิ่มค่าธรรมเนียม Landing & Parking และการกลับมาเปิดดิวตี้ฟรีขาเข้า