เรามีมุมมองเป็นกลางต่อกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 1.4 พันล้านบาท (-18% YoY, -12% QoQ) ใกล้เคียงกับที่ consensus และเราคาด โดยกำไรลดลง YoY จากการหายไปของมาตรการ Easy E-receipt และหดตัว QoQ จากปัจจัยฤดูกาลและฐานที่สูงภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ ในขณะเดียวกัน GPM ขยายตัวเป็น 25.4% จากสัดส่วนยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดลง รวมถึงสัดส่วนยอดขาย private label ที่ทรงตัวได้ จึงช่วยชดเชย SSSG ที่ยังติดลบได้บางส่วน (SSSG Homepro = -12%, SSSG Megahome = -4%)
เราคงประมาณการกำไรปี 2026E/27E ที่ 6.2/6.4 พันล้านบาท +3%/+3% YoY เราประเมินกำไรสุทธิจะฟื้นตัวเล็กน้อยจากเสถียรภาพทางการเมืองดีขึ้น และความคาดหวังของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะช่วยหนุนกำลังซื้อภายในประเทศ รวมไปถึงการขยายสาขาและการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label ซึ่งจะช่วยหนุน GPM และช่วยชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการหายไปของมาตรการลดหย่อนภาษี Easy E-Receipt ประกอบกับรายได้จาก Rebate ที่ลดลงและ SSSG ที่ยังติดลบต่อเนื่อง
เราคงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายเดิมที่ 7.00 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 15 เท่า (-1.5SD below 5-yr average) จากกำไรที่ยังฟื้นตัวช้าจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการลดภาษี ซึ่งอาจกลับมาช่วยหนุนราคาหุ้นได้ โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น underperform SET -20% จากสถานการณ์ของเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่