เราประมาณการกำไรสุทธิ 2Q26E ที่ 2.15 พันล้านบาท (+4% YoY, +1% QoQ) (ดีกว่าที่เราคาดไว้เบื้องต้นที่ราว 1.9-2.0 พันล้านบาท) โดย
1) สำรองฯที่ลดลงมากมาอยู่ที่ 144 ล้านบาท ลดลง -45% YoY จาก THANI ที่สำรองฯลดลง แต่เพิ่มขึ้น +405% QoQ เพราะไม่มี Reverse สำรองฯจากการด้อยค่าตราสารหนี้เหมือนไตรมาก่อน
2) THANI จะมีกำไรเพิ่มขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และมีการตั้งสำรองฯและค่าใช้จ่ายด้อยค่ารถยึดที่ลดลง ประกอบกับ มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TTB ที่ดีกว่าคาด เพราะมีกำไรจาก FVTPL, NIM และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด
3) มองเป็นบวกจากการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน วงเงินไม่เกิน 7.5 พันล้านบาท จำนวน 104.86 ล้านหุ้น ซึ่ง imply ว่าราคาซื้อหุ้นคืนเฉลี่ยจะอยู่ที่ 71.25 บาท (สูงกว่าราคาปัจจุบัน +0.4%) ขณะที่เราคาดว่า มีโอกาสที่จะซื้อคืนไปถึง 1x PBV (อยู่ที่ราว 81-82 บาท) ได้
เรามีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E-2027E เพิ่มขึ้น +3-5% จากการปรับสำรองฯลดลง และมีการปรับรายได้จากเงินปันผลเพิ่มขึ้น ทำให้เราได้กำไรสุทธิปี 2026E ที่ 8.25 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น +6% YoY จากการฟื้นตัวของ THANI และมีเงินปันผลรับจากเข้าลงทุนใน TISCO เพิ่มเติม
ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” TCAP แต่ปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 82.00 บาท อิง 2026E PBV ที่ 1.00x (+1.75SD below 10-yr average PBV) จากเดิมที่ 68.00 บาท อิง 2026E PBV ที่ 0.85x (+1.25SD below 10-yr average PBV)
ขณะที่เราคาดว่า TCAP ยังคงจะจ่ายเงินปันผลปี 2026E ที่ระดับสูงต่อเนื่องที่ 3.60 บาทต่อหุ้น คิดเป็น dividend yield ที่สูงราว 5%