เรามีมุมมองเป็นบวกทั้งจากกำไร 2Q26 ที่ดีกว่าคาด และจากการประชุมนักวิเคราะห์ เพราะสำรองฯมีโอกาสน้อยกว่าคาดและเงินปันผลมีโอกาสจะมากกว่าคาด โดย
1) TTB ประกาศกำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท (+10% YoY, +7% QoQ) มากกว่าที่ตลาดคาด +8% และเราคาด +13% โดยมีกำไรจาก FVTPL มากกว่าคาด, มี NIM มากกว่าคาดอยู่ที่ 3.08% เพราะต้นทุนทางการเงินลดลง และมีรายได้ค่าธรรมเนียมมากกว่าคาดเพิ่มขึ้นถึง +40% YoY และ +10% QoQ จากกองทุนรวมและ Bancassurance แต่มี OPEX มากกว่าคาดมาจาก Impairment loss แพลตฟอร์มรถโดนใจและมีการปรับมูลค่า Dealer Relationships (One-time) ราว 420 ล้านบาท ด้านสำรองฯตามคาดอยู่ที่ 4 พันล้านบาท (-6% YoY, +1% QoQ) โดยมี management overlay อีก 1,100 ล้านบาท ส่วน NPL อยู่ที่ 2.93% ทรงตัวได้ดี QoQ
2) ผู้บริหารคาดว่ามีโอกาสที่จะ release สำรองฯส่วนเกินออกในอนาคตได้ และวงเงินซื้อหุ้นคืนเหลืออยู่อีก 1.4 หมื่นล้านบาท แต่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายกันเกิน 1x PBV แล้ว ทางผู้บริหารเผยว่ามีโอกาสที่จะนำมาทยอยจ่ายเงินปันผลเพิ่มได้จนถึงปี 2028E
กำไรสุทธิ 1H26 คิดเป็น 55% จากประมาณการทั้งปี ทำให้เรามีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E-2027E เพิ่มขึ้น +11-27% จากการปรับการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นและใส่สำรองฯลดลง ทำให้ได้กำไรสุทธิปี 2026E อยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น +4% YoY
ยังคงคำแนะนำ “ถือ” TTB แต่ปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 3.20 บาท อิง PBV 2026E ที่ 1.20x (+1.00SD above 10-yr average PBV) จากเดิมที่ 2.40 บาท จากการกำไรเพิ่มขึ้นและมีการปรับค่า Beta ลดลง และยังมี upside จากเงินปันผลอีกในอนาคต โดยเบื้องต้น Dividend yield อยู่ที่ราว 5% แต่อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาวานนี้ +9% DoD น่าจะรับรู้ประเด็นบวกข้างต้นไปแล้ว