เรามองเป็นบวกจากกำไรปกติ 1Q26E ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 523 ล้านบาท (+25% YoY, +15% QoQ) รวมถึงแนวโน้ม 2Q26E ที่จะดีขึ้นโดดเด่นต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญ ดังนี้
1) กำไรปกติ 1Q26E จะปรับตัวดีขึ้นโดดเด่นเป็นผลจาก ธุรกิจ PCT ที่กลับมาฟื้นตัวดีหลังสถานการณ์การขนส่งกลับมาปกติ จาก 4Q25 ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ ขณะที่ 1Q26E ได้ผลบวกจากการขยายการขนส่งเส้นทางต่างประเทศเพิ่มขึ้น, COC จะดีขึ้นโดดเด่น เนื่องจากเรือ VLCC กลับมาให้บริการเต็มที่ ไม่มีเรือเข้า dry dock ส่วน FSU จะชะลอเล็กน้อย เนื่องจากมีลูกค้าขอสลับเรือในเดือน ม.ค.-ก.พ.26 แต่ใน มี.ค.26 กลับมาเติบโตดี สำหรับ OSV ยังทรงตัวดีต่อเนื่อง QoQ
2) แนวโน้มกำไรปกติ 2Q26E จะยังคงดีขึ้นโดดเด่น จากธุรกิจ FSU ที่จะดีขึ้นมาก โดยได้ผลบวกจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ความต้องการใช้เรือ FSU เพื่อกักเก็บน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งเราประเมิน u-rate ใน 2Q26E จะสูงเกิน 90% ได้ต่อเนื่อง จาก 1Q26E จะอยู่ที่ 81%
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026E ขึ้น 4% เป็น 2.25 พันล้านบาท +13% YoY จากธุรกิจ PCT ที่กลับมาฟื้นตัวได้ดีกว่าคาด ทั้งนี้ กำไรปกติ 1Q26E จะคิดเป็น 23% จากทั้งปี โดยกำไรปกติ 2Q26E จะดีขึ้นต่อเนื่องจาก FSU รวมถึง 2H26E จะยังมีทิศทางที่ดีทั้งจาก PCT ที่จะมีเรือใหม่เพิ่ม, COC ไม่มีเรือเข้า dry dock และ OSV ที่จะทรงตัวดี โดยส่วนใหญ่เป็นสัญญาระยะยาว
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 9.70 บาท (เดิม 8.80 บาท) อิง 2026E core PER ที่ 10.0 เท่า (-0.5SD below 5-yr average PER) เนื่องจากเรามีการปรับคาดการณ์กำไรขึ้น รวมถึงปัจจุบันยังคงมีแผนขยายกองเรือเพิ่ม ทำให้มีโอกาสช่วยเพิ่ม upside ต่อกำไรได้อีก