เราประเมินว่า SCGP จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q26E ที่โดดเด่นที่ 2.0 พันล้านบาท (+101% YoY, +30% QoQ) หนุนโดยปริมาณขายที่สูงขึ้นและการกลับมารายงานกำไรของบริษัท PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar) โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ คือ
1) เราเชื่อว่าบริษัทจะรายงานอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่แข็งแกร่งหนุนโดยผลกระทบที่ล่าช้า (lag effect) ของราคาวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) ที่ลดลงในปี 2025 ขณะที่ ปริมาณขายฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลที่มีจำนวนวันหยุดน้อยลง
2) บริษัท PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar) จะกลับมารายงานกำไรสุทธิได้ครั้งแรกตั้งแต่ 3Q22 โดยมีปัจจัยผลักดันจากปริมาณขายในประเทศที่อินโดนีเซียที่ฟื้นตัว QoQ ขณะที่ ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ปรับตัวดีขึ้นตามคู่แข่งในภูมิภาค
3) สำหรับผลประกอบการ 3Q26E เราเชื่อว่าปริมาณขายของบริษัทจะลดลงตามปัจจัยฤดูกาล ในขณะที่ ASP น่าจะยังทรงตัวในระดับสูง QoQ ได้ อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) จะกลับมาสูงขึ้นตามราคาพลังงานตามผลกระทบที่ล่าช้า (lag effect)
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ขึ้น 7%/6% เป็น 6.0/6.6 พันล้านบาท เทียบกับ 4.1 พันล้านบาทในปี 2025 หลักๆเพื่อสะท้อน GPM ที่สูงขึ้นและปริมาณขายที่ดีขึ้น
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 32.50 บาท (เดิม 30.00 บาท) อิง 2026E PER ที่ 23.4x (ประมาณ -1.00SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER ระยะยาว) ทั้งนี้ หากประมาณการกำไร 2Q26E เป็นไปตามที่เราคาด กำไร 1H26 จะคิดเป็น 64.3% ของประมาณกำไรสุทธิปี 2026E ของเรา