เราประเมินกำไรปกติ 1Q26E ที่ 790 ล้านบาท (+13% YoY, -4% QoQ) ใกล้เคียงกรอบที่เราประเมินเบื้องต้น โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
1) รายได้โต +17% YoY, +4% QoQ หนุนโดยอุปสงค์ลูกค้าตลาดสหรัฐยังดีต่อเนื่อง และใน 1Q25 ลูกค้าบางส่วนมีปัญหาจองพื้นที่เรือ ขณะที่ยังไม่เห็นสัญญาณการเร่งสั่งซื้อ
2) GPM เพิ่มขึ้น +40bps YoY แต่ลดลง -130bps QoQ โดยหลักจากสัดส่วนสินค้า premium ลดลง
3) Effective tax rate สูงขึ้นอยู่ที่ 6.5% จากผลกระทบเกณฑ์ GMT
คงกำไรปกติปี 2026E ที่ 3.2 พันล้านบาท (+7% YoY) โดยสำหรับผลกระทบจากทิศทางต้นทุนสูงขึ้น มีโอกาสเริ่มเห็นใน 2Q26E โดยเฉพาะต้นทุน plastic-related packaging (20% ของต้นทุนรวม) อย่างไรก็ตามปัจจุบัน inventory เดิมยังครอบคลุมถึง พ.ค. 2026 และบริษัทมีแผนทยอยปรับราคาขายขึ้นตั้งแต่ 2Q26E สำหรับแนวโน้ม 2Q26E ประเมินกำไรปกติจะยังโต YoY แต่มีโอกาสทรงตัว QoQ
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 20.00 บาท อิง 2026E PER 18.5x (-0.25SD below 3-yr average PER) แม้จะมีปัจจัยท้าทายจากทิศทางต้นทุนสูงขึ้น แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในกรอบบริหารจัดการได้ ขณะที่อุปสงค์ลูกค้าโดยรวมและการขยายผลิตภัณฑ์และลูกค้าใหม่ดีตามแผนต่อเนื่อง นอกจากนี้มี catalyst จากดีล M&A คาดได้ข้อสรุปในปีนี้