เรามีมุมมองเป็นกลางต่อผลการดำเนินงาน 1Q26 ที่มีกำไรสุทธิ 143 ล้านบาท (+1% YoY, -2% QoQ) ใกล้เคียง consensus และเราประเมินไว้ ทั้งนี้ จำนวนเที่ยวบินยังทำได้ดีที่ 3.38 หมื่นเที่ยวบิน (+10% YoY, +1% QoQ) จากเที่ยวบิน Overflight ที่ยังเติบโตสูง โดยผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางยังไม่มาก อย่างไรก็ตาม รายได้กลับปรับตัวลงเป็น 491 ล้านบาท (-2% YoY, -3% QoQ) โดยหดตัว YoY จากผลกระทบเงินบาทที่แข็งค่า และลดลง QoQ จากรายได้เฉลี่ยต่อลำที่ลดลง ขณะที่ได้แรงหนุนจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น GPM อยู่ที่ 52.8% (1Q25 = 50.7%, 4Q25 = 53.1%) รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากเงินปันผลลดลง จากที่เพิ่มขึ้นมากใน 4Q25
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E ลง 5% เป็น 546 ล้านบาท ทรงตัว YoY โดยปรับลดคาดการณ์จำนวนเที่ยวบินลงเป็น +3% YoY จากเดิม +6% YoY เนื่องจากหลายสายการบินมีการปรับลดเที่ยวบินจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ขณะที่ยังคงสมมติฐานรายได้เฉลี่ยต่อลำลดลงเล็กน้อย ทั้งนี้ กำไร 1Q26 คิดเป็น 26% จากทั้งปี สำหรับ 2Q26E แนวโน้มกำไรจะทรงตัว YoY และลดลง QoQ โดยจะเริ่มได้รับผลกระทบจากการที่หลายสายการบินมีการยกเลิกเที่ยวบิน อย่างไรก็ตาม SAV จะเน้นการลดค่าใช้จ่ายมากขึ้น รวมถึงจะไม่มีค่าใช้จ่ายตั้งสำรองเหมือนใน 2Q25 จำนวน 6 ล้านบาท
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 14.50 บาท (เดิม 16.00 บาท) ยังอิง DCF (WACC = 9.5% TG = 2.5%) เนื่องจากเรามีการปรับกำไรลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นได้ปรับตัวลงและ underperform SET -19% ใน 3 เดือน สะท้อนสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมากแล้ว ขณะที่ยังมีลุ้น catalyst จาก 2 งานประมูล ของ AOT และวิทยุการบินแห่งประเทศไทย รวมถึงแผน M&A ซึ่งจะช่วยเพิ่ม upside ต่อกำไรตั้งแต่ช่วง 2H26E และปี 2027E ได้