CK รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 800 ล้านบาท (-7% YoY, +143% QoQ) สูงกว่า consensus และเราคาด +17-18% มีปัจจัยสำคัญดังนี้
1) รายได้ก่อสร้างปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง +6% YoY จาก progress งานเร่งตัวมากขึ้น แต่ชะลอ -7% QoQ โดยเราคาดเป็นผลจากงานหลวงพระบางชะลอหลังเริ่มเข้าฤดูฝน ขณะที่ GPM ขยายตัวดีกว่าคาด +20bps YoY, +70bps QoQ อานิสงส์การบริหารต้นทุนภายใน
2) รายได้อื่นชะลอ -25% YoY หลักๆ จาก CKP มีขาดทุน Fx แต่ขยายตัวสูง +87% QoQ ได้ปัจจัยหนุนจากเงินปันผล TTW ที่โดยปกติจะบันทึกในไตรมาส 2 และ 3 ของปี และส่วนแบ่งกำไร BEM สูงขึ้น
3) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงมากกว่าคาด จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ตั้งแต่ปลายปีก่อน
เราคงกำไรปกติปี 2026E ที่ 2.5 พันล้านบาท (+2% YoY) สำหรับ 3Q26E เบื้องต้นประเมินกำไรปกติจะโต YoY ได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ก่อสร้างโตต่อเนื่องและค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยชะลอ และขยายตัว QoQ หนุนโดย peak season ของ CKP
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 23.00 บาท อิง SOTP (แบ่งเป็นมูลค่าธุรกิจก่อสร้าง 3.6 บาท อิง DCF และมูลค่าการถือหุ้นใน BEM, CKP, และ TTW รวม 19.4 บาท อิงราคาเป้าหมาย DAOL) แม้ backlog จะทยอย run down ตาม progress งาน แต่ระดับดังกล่าวยังสามารถช่วย secure รายได้ต่อเนื่องใน 3 ปีข้างหน้า ขณะที่ยังมี catalyst จากโครงการ Double Deck มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท และการผลักดันโครงการใหม่ของรัฐ