เรามีมุมมองเป็นบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์ (26 มิ.ย.) โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1) คงเป้าผู้โดยสาร FY26E ที่ 126 ล้านคน ทรงตัว YoY โดยผู้โดยสารระหว่างประเทศมีแนวโน้มดีกว่าคาด ช่วยหนุนรายได้ PSC ขณะที่ FY27E ตั้งเป้าผู้โดยสาร 128.5-131 ล้านคน (+2%-4% YoY)
2) เดินหน้าขยาย capacity สนามบินทั้ง 6 แห่ง จาก 116 ล้านคน/ปี เป็น 211 ล้านคน/ปี ภายใน 20 ปี ผ่านโครงการหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิ (120 ล้านคน/ปี), ดอนเมือง (40 ล้านคน/ปี), ภูเก็ต (28 ล้านคน/ปี) และเชียงใหม่ (20 ล้านคน/ปี) ใช้งบลงทุนรวมราว 3 แสนล้านบาท โดยช่วง 3-5 ปีข้างหน้าจะใช้กระแสเงินสดภายในและการบริหารต้นทุนเป็นหลัก ยังไม่มีแผนกู้เงินเพิ่ม หากรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย
3) ผู้โดยสารราว 1 ล้านคนที่ซื้อตั๋วก่อนประกาศปรับ PSC จะยังจ่ายอัตราเดิม ส่งผลให้รายได้หายไปราว 530 ล้านบาท แต่ AOT จะเจรจากับสายการบินเพื่อทยอยชดเชยผ่านค่าธรรมเนียมตัวแทน
4) AOT อยู่ระหว่างศึกษาการจัดเก็บ PSC สำหรับผู้โดยสาร transfer/transit และการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม Landing & Parking ซึ่งปัจจุบันต่ำกว่ามาตรฐานสากลราว 30-50% โดยเราประเมินว่าการปรับขึ้นทุก 10% จะเพิ่มกำไรได้ราว 1.5%
เราคงประมาณการกำไร FY26E ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท ทรงตัว YoY โดยประเมิน 3QFY26E กำไรชะลอเหลือ 2.9-3.1 พันล้านบาท ก่อนฟื้นตัวเด่น 4QFY26E จากการรับรู้ PSC อัตราใหม่ ส่วน FY27E เราปรับกำไรขึ้น 5% เป็น 2.6 หมื่นล้านบาท (+42% YoY) จากการปรับคาดผู้โดยสารระหว่างประเทศเป็น 80 ล้านคน (เดิม 78 ล้านคน) ซึ่งจะหนุนทั้งรายได้ PSC, รายได้สัมปทาน และอัตรากำไรที่ดีขึ้น
คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 70.00 บาท (เดิม 60.00 บาท) อิง DCF (WACC 7.0%, terminal growth 3.0%) จากการปรับประมาณการกำไรและการเติบโตระยะยาวสูงขึ้น โดยยังมี upside จากการเริ่มจัดเก็บ PSC ผู้โดยสาร transfer/transit และการปรับเพิ่มค่า Landing & Parking ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังเป็นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้จะผ่อนคลาย แต่ยังมีความไม่แน่นอน