เราคงมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มธุรกิจของ PTTGC ใน 2H26E โดยเราเชื่อว่าบริษัทน่าจะเห็นกำไรสูงสุดของปีไปแล้วใน 2Q26 ทั้งนี้ แม้เราเชื่อว่าบริษัทจะยังคงรายงานผลประกอบการที่ฟื้นตัว YoY ใน 2H26E หลักๆตามแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี (petrochemical price spread) และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ (crack spread) ที่สูงขึ้น YoY จากอุปทานที่ได้รับผลกระทบจากข้อขัดแย้งในภูมิภาคอื่น (อิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US)-อิหร่าน และรัสเซีย-ยูเครน) แต่เราเชื่อว่าผลประกอบการจะอ่อนตัว HoH ใน 2H26E
สำหรับภาพรวมระยะยาว เราเชื่อว่าธุรกิจปิโตรเคมีจะยังคงอยู่ในภาวะอุปทานส่วนเกิน (oversupply) จากการที่อุปทานใหม่ (โดยเฉพาะจากจีน) ยังคงเติบโตในอัตราที่เร็วกว่าการเติบโตของอุปสงค์การใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ด้วยเหตุผลนี้ เราเชื่อว่า petrochemical price spread ที่แข็งแกร่งในปัจจุบันจะคงอยู่ในระยะสั้นเท่านั้น อย่างไรก็ดี เราเห็นถึง upside ที่เป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) กับบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) ในอนาคต (หากเกิดขึ้น)
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ขึ้น +98%/+30% เป็น 2.11/1.58 หมื่นล้านบาท เทียบกับ ขาดทุนสุทธิ -1.46 หมื่นล้านบาทในปี 2025 หลักๆเพื่อสะท้อนผลประกอบการ 2Q26 ที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ เราได้ปรับสมมติฐานที่สำคัญ ดังนี้ 1) ปรับค่าการกลั่นตลาด (market GRM) ขึ้น 2) คาด PP/BZ/PX spread ในช่วงที่สูงขึ้น และ 3) ปรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (equity income) สูงขึ้น
หลังจากราคาหุ้นได้ปรับตัวสูงขึ้นมา 30% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เรามองว่าราคาปัจจุบันได้สะท้อนแนวโน้ม petrochemical price spread ที่สูงขึ้นไปมากแล้ว เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 46.00 บาท (เดิม 44.00 บาท) อิง 2026E PBV ที่ 0.66x (ประมาณ -0.5SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV 5 ปีย้อนหลัง) ทั้งนี้ บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการ 1H26 ที่ 0.60 บาทต่อหุ้น สะท้อนอัตราตอบแทนที่ 1.3% โดยจะขึ้น XD วันที่ 7 ก.ย.2026