เรามีมุมมองเป็นบวกต่อกำไร 3Q26 ที่ 551 ล้านบาท (+28% YoY, -48% QoQ) สูงกว่าที่ตลาดและเราคาด 10% โดยกำไรเติบโต YoY หลังได้แรงหนุนจาก GPM ที่เพิ่มขึ้นเป็น 28.6% จาก 26.5% ใน 3Q25 ตามสัดส่วนสินค้า House Brands ที่สูงขึ้น ประกอบกับดอกเบี้ยจ่ายลดลง -48% YoY สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นและช่วยชดเชยรายได้รวมที่ลดลง -2% YoY จากกำลังซื้อที่อ่อนแอและผลกระทบจากฤดูฝนที่หนักกว่าคาด อย่างไรก็ตาม กำไรหดตัว QoQ ตามรายได้ที่ลดลง -11% QoQ ประกอบกับ GPM ลดลงจาก 31.6% ใน 2Q26 ซึ่งอยู่ในระดับสูงจากอานิสงส์ของสินค้าคงเหลือต้นทุนต่ำที่บริษัทกักตุนไว้ท่ามกลางความกังวลต่อสงครามตะวันออกกลางและราคาวัสดุก่อสร้างในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/27E ขึ้น 11%/10% เป็น 2.9/3.1 พันล้านบาท (+49%/+7% YoY) จากเดิม 2.6/2.8 พันล้านบาท เพื่อสะท้อน GPM ที่สูงกว่าคาด และยังขยายตัวได้ต่อเนื่องจากการผลักดันสินค้า House Brands และ finance costs ที่ต่ำกว่าคาด โดยกำไร 9M26E คิดเป็น 80% ของประมาณการกำไรใหม่ปี 2026E และเราคาดว่าแนวโน้มกำไร 4Q26E จะยังเติบโต YoY จากฐานต่ำในปีก่อนจากน้ำท่วมหาดใหญ่และความตึงเครียดชายแดน
เราคงคำแนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 9.50 บาท อิง PER ปี 2027E ที่ 17.0 เท่า (-1.7SD below 5-year average PER) จาก 9.00 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 18.5 เท่า (-1.5SD below 5-year average PER) จากการ rollover ไปที่ราคาเป้าหมายปี 2027E และหนุนโดยผลประกอบการ 4Q26E ที่คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรต่อเนื่อง จากแนวโน้ม GPM ที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน เรามองว่าตลาดยังไม่ได้สะท้อนศักยภาพการเติบโตของกำไรเชิงโครงสร้างอย่างเต็มที่ ส่งผลให้เรายังมองเห็น upside โดยราคาหุ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาจะ Underperform SET อยู่ -1% และปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PER 2026E เพียง 12.9 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่า PER ปี 2025E ที่ 18.4 เท่า