SCGP รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่โดดเด่นที่ 2.3 พันล้านบาท (+128% YoY, +47% QoQ) สูงกว่าเราและ consensus คาด 14%/20% ตามลำดับ สูงกว่าเราคาดหลักๆจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีกว่าคาด โดยมีตัวเลขดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
1) บริษัทรายงานปริมาณขายรวมที่ 1.51 ล้านตัน (mt) (+5% YoY, +4% QoQ) ในขณะที่ ราคาเฉลี่ย (ASP) เข้ามาที่ USD659/ton (ทรงตัว YoY, +4% QoQ) สะท้อนผลกระทบที่ล่าช้า (lag effect) ของราคาวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) ที่ลดลงในปี 2025
2) บริษัท PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar) รายงานกำไรสุทธิได้ครั้งแรกตั้งแต่ 3Q22 ที่ IDR107bn เทียบกับ -IDR185bn ใน 2Q25 และ -IDR19bn ใน 1Q26 โดยมีแรงหนุนจากปริมาณขายในประเทศที่อินโดนีเซียที่ฟื้นตัว QoQ และ ASP ที่ดีขึ้นตามคู่แข่งในภูมิภาค
3) เรามีมุมมองเชิงบวกหลังเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ซึ่งผู้บริหารคาดว่า Fajar มีแนวโน้มที่จะยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร (profitability) ได้ใน 2H26E ในประเทศที่อินโดนีเซียที่ฟื้นตัว QoQ
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ขึ้น 8%/8% เป็น 6.4/7.1 พันล้านบาท เทียบกับ 4.1 พันล้านบาทในปี 2025 หลักๆเพื่อสะท้อน GPM ที่สูงขึ้นจากผลประกอบการของ Fajar
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 35.00 บาท (เดิม 32.50 บาท) อิง 2026E PER ที่ 23.4x (ประมาณ -1.00SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER ระยะยาว) ทั้งนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการ 1H26 ที่ 0.40 บาทต่อหุ้น สะท้อนอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 1.3% โดยขึ้น XD วันที่ 4 ส.ค.2026