เรามีมุมมองเป็นกลางหลังเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของเรา โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้
1) ผู้บริหารอัพเดตว่าการควบรวมกิจการ (amalgamation) ระหว่าง่ BANPU และ BPP ได้สำเร็จลุล่วงแล้วตั้งแต่ 31 ก.ค.2026 โดยมีแผนจ่ายเงินปันผล 0.4 บาทต่อหุ้นในวันที่ 25 ก.ย.2026 โดยในระยะต่อจากนี้ บริษัทจะมุ่งเน้นไปที่การทำ asset optimisation และการลงทุนใหม่ๆ เช่น Carbon Capture Utilisation and Storage (CCUS) และ Battery Energy Storage System (BESS)
2) บริษัทคาดว่าปริมาณผลิตถ่านหินในอินโดนีเซียและออสเตรเลียจะสูงขึ้น QoQ ใน 3Q26E หลักๆจากประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้นของเหมืองในออสเตรเลีย ในขณะเดียวกัน บริษัทตั้งเป้าการผลิตก๊าซธรรมชาติในช่วง 940-960 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน (mmcfed) ในปี 2026E
3) เรามองว่าราคาขายเฉลี่ย (coal ASP) ถ่านหินน่าจะได้แรงหนุนจากสงครามอย่างต่อเนื่องใน 3Q26E อย่างไรก็ดี ราคาขายเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติ (gas ASP) มีแนวโน้มทรงตัว QoQ เนื่องจากระดับปริมาณสินค้าคงคลังและการผลิตที่สูงในประเทศสหรัฐอเมริกา (US)
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิ 2026E/2027E ที่ 2.4/2.8 พันล้านบาท เทียบกับ ขาดทุน -2.0 พันล้านบาทในปี 2025 โดยมีสมมติฐาน คือ 1) ปริมาณขายถ่านหินและก๊าซธรรมชาติสูงขึ้น 2) Gas ASP ที่สูงขึ้น และ 3) ต้นทุนการผลิตถ่านหินในออสเตรเลียที่ลดลง
เราคงราคาเป้าหมายปี 2026E ที่ 14.80 บาท (เทียบเท่า 6.00 บาท Pre-Amalgamation) อิง PBV เป้าหมายที่ 0.53x (ประมาณ -1.0SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี)