เรามีมุมมองเป็นลบต่อกำไรสุทธิ 2Q26E ซึ่งประเมินว่าจะอยู่ที่ 2.0 พันล้านบาท (-12% YoY, -28% QoQ) จากกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังมาตรการไทยช่วยไทย โดยเราประเมินว่า SSSG ธุรกิจค้าส่งจะติดลบราว -2% และ SSSG ธุรกิจค้าปลีกจะติดลบราว
-3% แม้รายได้ยังเติบโต +2% YoY หลังธุรกิจค้าส่งได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากมาตรการไทยช่วยไทย ประกอบกับการขยายสาขาและการรับรู้รายได้ของ Lucky Frozen อย่างไรก็ตาม product mix ที่เปลี่ยนไปยังสินค้า dry groceries ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำ กดดัน GPM ลดลงเป็น 15.7% ขณะที่ SG&A/sales ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 13.4% จากต้นทุนพลังงาน ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย และค่าใช้จ่ายรองรับการเติบโตของธุรกิจ ส่งผลให้กำไรอ่อนตัวทั้ง YoY และ QoQ
เราคงประมาณการกำไรปี 2026E/27E ที่ 9.8 พันล้านบาท/1.0 หมื่นล้านบาท +5%/+6% YoY ฟื้นตัวจาก 9.4 พันล้านบาทในปี 2025 แม้ผลประกอบการ 2Q26E ยังถูกกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและต้นทุนที่สูงขึ้น แต่กำไร 1H26E คิดเป็น 49% ของประมาณการทั้งปี และเราประเมินว่าผลประกอบการมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวใน 2H26E จากปัจจัยฤดูกาล รายได้ธุรกิจค้าส่งที่ได้แรงหนุนต่อเนื่องจากมาตรการไทยช่วยไทย และฐานกำไรที่ต่ำใน 2H25 จากผลกระทบของปัญหาระบบ inventory เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ และความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 17.00 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 18.3 เท่า
(-1.6SD below 5-yr average PER) จากเดิมที่ 19.00 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 20 เท่า (-1.5SD below 5-yr average PER) สะท้อนแนวโน้มผลประกอบการระยะสั้นที่ยังถูกกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ เปลี่ยนแปลงของ product mix และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น แม้ในระยะสั้นยังขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจน แต่เราคาดผลประกอบการมีโอกาสจะทยอยฟื้นตัว YoY ในช่วง 2H26E จากปัจจัยฤดูกาล และคาดว่ารายได้ธุรกิจค้าส่งจะได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากมาตรการไทยช่วยไทย ซึ่งจะช่วยชดเชยความอ่อนแอของธุรกิจค้าปลีกในประเทศได้บางส่วน และปรับตัวดีขึ้นจากฐานที่ตำใน 2H25 หลังได้รับผลกระทบจากปัญหาด้านระบบ inventory ประกอบกับเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่และความตึงเครียดในชายแดนไทย-กัมพูชา