เรามีมุมมองเป็นบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์ (31 ส.ค.) โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1) ธุรกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้น ได้แก่ PCT ที่มีแผนขยายกองเรือเพิ่มต่อเนื่อง โดยคาดว่า ณ สิ้นปี 2026E จะเพิ่มขึ้นเป็น 41 ลำ จาก 2Q26 ที่ 40 ลำ และ 2Q27E จะเพิ่มขึ้นเป็น 46 ลำ ขณะที่ธุรกิจ OSV จะดีขึ้นจากเรือนวธานี (AWB) กลับมาให้บริการได้เต็มที่ หลังจาก 2Q26 มีการเข้าซ่อมบำรุง 29 วัน
2) ธุรกิจที่ยังคงทรงตัวดีต่อเนื่อง ได้แก่ FSU ที่จะมี u-rate เต็ม 100% ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2026E เช่นเดียวกับ COC ที่ 3Q26E จะมี u-rate 100% ขณะที่มีแผนจะเข้า dry dock 1 ลำ ราว 1 เดือน ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเข้า dry dock ช่วงใดระหว่าง พ.ย.26-เม.ย.27
3) คาดว่า payout ratio ปี 2026E จะสูงกว่าปี 2025 ที่ 58% ทั้งนี้ PRM มีการประกาศจ่ายปันผลพิเศษ 0.20 บาท ขณะที่จะยังมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและเงินปันผลรอบปีตามปกติ
เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E ที่ 2.2 พันล้านบาท (+10% YoY) ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดย กำไรปกติ 1H26 คิดเป็น 48% ของทั้งปี ขณะที่กำไรปกติ 3Q26E เราประเมินจะทรงตัวสูง YoY และเติบโตโดดเด่น QoQ จาก FSU และ COC ที่ยังแข็งแกร่ง, OSV เรือกลับมาให้บริการเต็มที่, PCT ดีขึ้นจากการรับรู้รายได้จากเรือใหม่ และ SG&A ที่ลดลง QoQ จากไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงาน
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท อิง 2026E core PER ที่ 11.5 เท่า (-0.5SD below 5-yr average PER) จากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งกำไรยังมี upside หากมีการขยายกองเรือเพิ่มเติม ขณะที่เรามีการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินปันผลงวดปี 2026E ขึ้น ส่งผลให้คาดว่า dividend yield จะเพิ่มขึ้นเป็น 7.1 % จากเดิม 5.5%