เรามีมุมมองเป็นลบต่อกำไรสุทธิ 1Q26E ที่คาดราว 1.39 พันล้านบาท (-19% YoY, -13% QoQ) โดยกำไรถูกกดดันจากรายได้ที่อ่อนตัวลงเนื่องจากการขาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ อย่าง Easy E-Receipt ซึ่งส่งผลให้ SSSG ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในทุกรูปแบบสาขา อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สามารถขยายตัวได้เล็กน้อย YoY มาอยู่ที่ 25.1% สะท้อน Product mix ที่บริหารจัดการได้ดีจากการลดลงของสัดส่วนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมาร์จิ้นต่ำ แม้ว่าค่าใช้จ่าย SG&A จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY จากค่าเสื่อมราคาของคลังสินค้าใหม่ แต่คาดว่าทิศทางของ SSSG จะเริ่มฟื้นตัวและกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาสถัดไปจากฐานที่ต่ำและปัจจัยด้านฤดูกาล
เราคงประมาณการกำไรปี 2026E/27E ที่ 6.2/6.4 พันล้านบาท +3%/+3% YoY เราประเมินกำไรสุทธิจะฟื้นตัวเล็กน้อยจากเสถียรภาพทางการเมืองที่คาดว่าดีขึ้นจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งคาดหวังว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อหนุนกำลังซื้อภายในประเทศ รวมไปถึงการขยายสาขาและการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label ซึ่งจะช่วยหนุน GPM และช่วยชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการหายไปของมาตรการลดหย่อนภาษี Easy E-Receipt ใน 1Q26E รวมถึงรายได้จาก Rebate ที่ลดลงและ SSSG ที่ยังติดลบต่อเนื่อง
เราคงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายเดิมที่ 7.00 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 15 เท่า (-1.5SD below 5-yr average) จากกำไรที่ยังฟื้นตัวช้าจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการลดภาษี ซึ่งอาจกลับมาช่วยหนุนราคาหุ้นได้ โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น underperform SET -20% จากสถานการณ์ของเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่