เราประเมินกำไรปกติ 2Q26E จะอยู่ที่ 566 ล้านบาท (+19% YoY, +11% QoQ) โดยกำไรเติบโต YoY แม้รายได้คาดลดลง -2% YoY จากราคาขายไฟเฉลี่ยที่ลดลงตามค่า Ft ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อน แต่จะได้ผลบวกจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติปรับลดลง -2% YoY เป็นราว 360
บาท/MMBTU จากฐานสูงในปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจาก AF Gas ส่งผลให้ GPM ฟื้นตัว ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการ Nakwol รวมถึงการรับรู้ Deferred Tax Income ที่ช่วยชดเชยต้นทุนทางการเงิน ขณะที่กำไรเติบโต QoQ จากปริมาณขายไฟให้ EGAT และลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล การเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Aleco ในฟิลิปปินส์ และรายได้ค่าพัฒนาโครงการในต่างประเทศ แม้ต้นทุนก๊าซจะปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนตามราคาก๊าซในตลาด
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E/27E ที่ 2.3/2.5 พันล้านบาท (+8%/+6%) โดย 2H26E จะยังได้แรงหนุนจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรโครงการ Nakwol มากขึ้น การทยอยลดลงของต้นทุนทางการเงินหลังการขายสินทรัพย์ และการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าจากลูกค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม คาดว่า SPP margin จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ว่าปัจจุบันรายได้จากลูกค้า IU ราว 50% จะเป็นสัญญาที่อิงราคาก๊าซ (gas-linked) ซึ่งช่วยส่งผ่านต้นทุนได้บางส่วน
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายเดิม 20.00 บาท อิง DCF (WACC 7.3%, terminal growth 1.5%) โดยมองว่าบริษัทยังมีปัจจัยหนุนการเติบโตจากการทยอยรับรู้ผลตอบแทนโครงการ Nakwol การลงทุนในธุรกิจ Data Center และการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม แม้ราคาหุ้นช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา outperform SET +42% ทำให้ปัจจัยบวกบางส่วนสะท้อนในราคาแล้ว แต่เราเชื่อว่าปัจจัยหนุนระยะยาวยังมีอยู่ ขณะที่ความชัดเจนของแผน PDP2026 ในเดือนสิงหาคม อาจเป็น catalyst ที่นำไปสู่การปรับประมาณการและราคาเป้าหมายในอนาคต