SCC รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 6.2 พันล้านบาท เทียบกับ 1.1 พันล้านบาทใน 1Q25 และ -3.7 พันล้านบาทใน 4Q25 ดีกว่าเราและตลาดคาด 15%/23% ตามลำดับ หลักๆจากส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (minority interest) ที่ต่ำกว่าคาด โดยมีตัวเลขดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
1) EBITDA รวมอยู่ที่ 1.75 หมื่นล้านบาท (+36% YoY, +160% QoQ) โดยสูงขึ้น YoY, QoQ หลักๆตามกำไรของ SCGC ที่ดีขึ้นตามแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี (olefins spread) ที่สูงขึ้นและกำไรจากสต๊อก (stock gain) ที่แข็งแกร่ง
2) เราคาดว่าบริษัทจะได้ประโยชน์จากแนวโน้ม olefins spread ที่สูงขึ้นใน 2Q26E จากภาพรวมตลาดที่ตึงตัวจากภาวะอุปทานขัดข้อง (support shortage) ซึ่งน่าจะช่วยชดเชยผลกระทบจากการหยุดดำเนินงานของ โรงแครกเกอร์ของบริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) และ LSP
3) เราเห็นถึงผลประโยชน์ร่วมกัน (synergy) ที่เป็นไปได้จากการประกาศศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) ในการตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) ในธุรกิจโอเลฟินส์ (olefins) และโพลิโอเลฟินส์ (polyolefins) ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนภายใน 3Q26E
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ที่ 1.66/1.41 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 1.41 หมื่นล้านบาทในปี 2025 โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ คือ 1) ปริมาณขายรวมผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สูงขึ้น 2) Olefins spread ที่ดีขึ้น และ 3) กำไรที่สูงขึ้นของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (SCGP)
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” ที่ราคาเป้าหมายเดิมปี 2026E ที่ 250.00 บาท อิงวิธี SOTP ทั้งนี้ กำไรสุทธิ 1Q26 คิดเป็น 37.5% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา