เรามีมุมมองเป็นกลางต่อกำไร 2Q26 ที่ 1.6 พันล้านบาท (+14% YoY, +14% QoQ) ใกล้เคียงเราคาด และดีกว่า consensus คาด 20% โดยกำไรเติบโต YoY หนุนจากรายได้ +3% YoY จากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มทำความเย็นที่เร่งตัวขึ้นจากปัจจัยหนุนสภาพอากาศที่ร้อน, การเปิดสาขาใหม่ และ GPM ที่ขยายตัวดีกว่าคาดเป็น 26.5% (2Q25 = 24.6%, 1Q26 = 25.4%) จากการผลักดันสินค้า Private Brand และการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าตามราคาตลาด ขณะที่กำไรโต QoQ จากรายได้ที่ขยายตัว +6% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลจากยอดขายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าคลายร้อน และการเร่งซื้อวัสดุก่อสร้างก่อนการปรับขึ้นราคา จากผลกระทบของความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่
เราคงประมาณการกำไรปี 2026E/27E ที่ 6.2/6.4 พันล้านบาท +3%/+3% YoY โดยมองว่า 2H26E มีโอกาสฟื้นตัว YoY จากฐานกำไร 4Q25 ที่อยู่ในระดับต่ำ จากผลกระทบของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาและเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอาจยังไม่โดดเด่น เนื่องจาก 3Q26E เป็นช่วง Low Season ขณะที่ประโยชน์จากการถือครองสินค้าต้นทุนต่ำจะทยอยลดลงในช่วงปลายปี โดยกำไร 1H26E คิดเป็น 49% ของประมาณการกำไรทั้งปี
คงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายเดิมที่ 7.00 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 15 เท่า (-1.5SD below 5-yr average) แม้ผลประกอบการระยะสั้นปรับตัวดีขึ้น แต่เรามองว่าปัจจัยบวกจาก GPM เป็นเพียงชั่วคราวและมีแนวโน้มกลับสู่ระดับปกติมากขึ้นใน 3Q26E ส่วนความเสี่ยงหลักยังมาจากกำลังซื้อผู้บริโภค ความผันผวนของต้นทุนสินค้า และการแข่งขันที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น แต่ยัง underperform SET -2% จากสถานการณ์ของเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่