เรามีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์ (15 พ.ค.) โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
1) บริษัทคงเป้าปี 2026E โดยตั้งเป้ารายได้เติบโต +4–5% YoY และ EBITDA เติบโต +5–7% ขณะที่ SSSG QTD (เม.ย.–10 พ.ค.) กลับมาเติบโตราว +2% YoY จากทุกธุรกิจ หลัง 1Q26 ถูกกดดันจากฐาน Easy E-Receipt
2) คงเป้า GPM ปี 2026E ทรงตัว YoY จาก inventory management, markdown ที่ลดลง และ product mix ที่ดีขึ้น โดย GPM 2Q26E QTD ยังเติบโต YoY เล็กน้อย
3) ตั้งเป้า SG&A/sales ที่ 26.3% ทรงตัว YoY ผ่าน cost control และ efficiency improvement จาก IT และ AI ซึ่งจะช่วยหนุน operating leverage เมื่อยอดขายฟื้นตัว
4) ผลกระทบจากสงครามยังจำกัด แม้ต้นทุนพลังงานและ logistics มีความผันผวน แต่บริษัทยังบริหารจัดการได้ และยังติดตามกำลังซื้อผู้บริโภคใน 2H26E อย่างใกล้ชิด
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E/27E ที่ 8.0/8.9 พันล้านบาท (-2%/+12% YoY) โดยคาดรายได้ฟื้นตัวจากทุกธุรกิจ หนุนหลักจากธุรกิจ Food โดยเฉพาะ Wholesale ที่ยังขยายสาขาต่อเนื่อง รวมถึงการฟื้นตัวของ GPM ในธุรกิจ Fashion หลังการบริหารสต๊อกมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยชดเชย SSSG ที่คาดว่ายังอ่อนตัว
เราปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายเดิมที่ 21.50 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 16 เท่า (-1.5SD below 5-yr average) เรามองว่า upside ต่อราคาเป้าหมายเริ่มจำกัด ขณะที่การฟื้นตัวของกำลังซื้อในช่วง 2H26E ยังต้องติดตาม รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่อาจกดดัน margin ในระยะถัดไป