เราประเมิน 2Q26E จะรายงานขาดทุนสุทธิ -2.3 พันล้านบาท แต่หากไม่รวมรายการพิเศษจาก FX loss ผลการดำเนินงานปกติจะขาดทุน -2.1 พันล้านบาท ลดลง YoY, QoQ (ผลการดำเนินงานปกติ 2Q25 ขาดทุน -782 ล้านบาท, 1Q26 กำไร 1.4 พันล้านบาท) มีสาเหตุหลักจาก
1) ต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก โดยราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ยใน 2Q26E (ให้มี lag 1 เดือน) พุ่งขึ้นเป็น USD 182/bbl เทียบกับ 2Q25 เฉลี่ยที่ USD 81/bbl และ 1Q26 เฉลี่ยที่ USD 85/bbl
2) ประเมินผู้โดยสารจะลดลงเป็น 4.1 ล้านคน (-15% YoY, -33% QoQ) แบ่งเป็นผู้โดยสารในประเทศ 2.9 ล้านคน (-12% YoY, -32% QoQ) และผู้โดยสารระหว่างประเทศ 1.2 ล้านคน (-20% YoY, -37% QoQ) ลดลงจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลางและค่าตั๋วโดยสารที่เพิ่มขึ้น
3) Load factor จะลดลงเป็น 80% (2Q25 = 82%, 1Q26 = 88%)
4) ค่าตั๋วโดยสารเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.15 พันบาท (+28% YoY, +17% QoQ)
เรายังคงประมาณการผลการดำเนินงานปกติจะขาดทุน -2.7 พันล้านบาท (ปี 2025 กำไร 410 ล้านบาท) สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปกติ 3Q26E จะโน้มขาดทุนลดลงจาก 2Q26E จากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลง ขณะที่ 4Q26E คาดว่าจะฟื้นตัวต่อ QoQ จากการเข้าสู่ช่วง high season ของการท่องเที่ยว
คงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 1.12 บาท อิง 2026E PBV ที่ 1.4 เท่า คิดเป็น -0.5SD below 8-yr average PBV โดยมีปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมันที่ผันผวนและอยู่ในระดับสูง แม้จะลดลงจาก 2Q26E รวมถึงผลการดำเนินงาน 2Q26E ที่จะขาดทุนมาก แต่คาดว่าจะเป็นระดับต่ำสุดของปี ด้านราคาหุ้นปรับตัวลดลงและ underperform SET -29% ในช่วง 6 เดือน สะท้อนปัจจัยลบค่อนข้างมากแล้ว