SCC รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่แข็งแกร่งที่ 1.15 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 1.73 หมื่นล้านบาทใน 2Q25 และ 6.2 พันล้านบาทใน 1Q26 ดีกว่าเราและตลาดคาด 48%/44% ตามลำดับ หลักๆจากรายได้รวมและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้ โดยมีตัวเลขดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
1) บริษัทรายงาน EBITDA ที่ 2.66 หมื่นล้านบาท (+53% YoY, +52% QoQ) โดยมีแรงหนุนหลักๆจากกำไรที่โดดเด่นของธุรกิจปิโตรเคมี (SCGC) ซึ่งได้ปัจจัยหนุนจากทั้งส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ (olefins spread) ที่แข็งแกร่งและการรับรู้กำไรจากสต๊อก (stock gain)
2) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (CBM) รายงาน EBITDA ที่ 6.0 พันล้านบาท (+31% YoY, +8% QoQ) โดยสูงขึ้น YoY ตามราคาขายเฉลี่ย (ASP) ปูนซีเมนต์ที่สูงขึ้น ขณะที่ ดีขึ้น QoQ ตามปริมาณขายที่ฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาล
3) สำหรับภาพรวม 3Q26E เราคาดว่าบริษัทจะเห็นปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ลดลง YoY, QoQ จากผลกระทบจากการหยุดการดำเนินต่อเนื่องของโรงแครกเกอร์ระยองโอเลฟินส์ (ROC) และ Long Son Petrochemical (LSP) ขณะที่ olefins spread มีแนวโน้มอ่อนตัว QoQ
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ขึ้น 13%/16% เป็น 2.04/1.76 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 1.41 หมื่นล้านบาทในปี 2025 หลักๆเพื่อรวมกำไร 2Q26 ที่ดีกว่าคาด และสะท้อนสมมติฐาน
1) รายได้อื่นๆที่ดีขึ้น และ 2) รายจ่ายอื่นๆที่ลดลง
เมื่อรวมราคาเป้าหมายใหม่ของ SCGP เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2026E ที่ 290.00 บาท (เดิม 280.00 บาท) อิงวิธี SOTP ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ทั้งนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการ 1H26 ที่ 3.50 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้น XD วันที่ 5 ส.ค.2026