News Flash
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าชั่วคราวต่อสินค้านำเข้าสหรัฐเกือบทั้งหมด จากอัตรา 10% เป็น 15% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต โดยมาตรการภาษีใหม่ดังกล่าวอ้างอิงกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง คือ มาตรา 122 ซึ่งเปิดทางให้ประธานาธิบดีสามารถเก็บภาษีได้สูงสุด 15% แต่กำหนดว่าหากจะขยายระยะเวลาบังคับใช้เกิน 150 วัน จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส โดยทรัมป์ระบุว่าจะใช้ช่วงเวลา 150 วันนี้ เดินหน้าจัดทำมาตรการภาษีอื่นๆ เพิ่มเติม โดยรัฐบาลมีแผนพึ่งพากฎหมายอีกสองฉบับที่อนุญาตให้เก็บภาษีนำเข้าเป็นรายสินค้าหรือรายประเทศ (ที่มา: อินโฟเควสท์, Money & Banking Online)
Implication
-
เรามีมุมมองเป็นกลาง แม้ศาลฎีกาสหรัฐมีคำพิพากษาเพิกถอนมาตรการภาษี แต่เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ว่าสหรัฐจะยังคงประกาศใช้นโยบายภาษีภายใต้กฎหมายมาตราอื่น ขณะที่อัตราภาษีใหม่ที่ 15% ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อยจากอัตราภาษีเดิมของไทย 19% ทำให้เราประเมินผลกระทบการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายภาษีก่อนหน้านี้และผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันค่อนข้างจำกัด ขณะที่เรามองว่ายังมีความไม่แน่นอนและยังต้องติดตามต่อภายหลังจาก 150 วันว่าสหรัฐจะบังคับใช้นโยบายภาษีในลักษณะใด
-
สำหรับกลุ่ม Pet Food เรามองผลกระทบจากประเด็นดังกล่าวจำกัด เนื่องจากเดิมการส่งออกส่วนใหญ่เป็น FOB ทำให้ลูกค้าเป็นฝ่ายรับภาษี รวมถึงบางบริษัท ได้แก่ ITC มีนโยบายให้ tariff support ชั่วคราว เช่น การให้ส่วนลด ในช่วง 2H25 ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมาหลังจากการประกาศอัตราภาษีใน ส.ค. 2025 ทิศทางคำสั่งซื้อทยอยกลับมาปกติแล้ว หลังลูกค้าได้ปรับแผนการออกสินค้าและโครงสร้างต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับอัตราภาษีที่สูงขึ้น ทั้งนี้เราประเมิน sensitivity สำหรับยอดขายสหรัฐของ AAI และ ITC ที่เปลี่ยนแปลงทุกๆ 10% จะกระทบกำไร +/-5%
-
สำหรับ TU เรามองเป็นบวกเพียงเล็กน้อยจากอัตราภาษีที่ปรับตัวลงจากเดิมไม่มาก โดยสำหรับธุรกิจของบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษี ได้แก่ ธุรกิจ Ambient และ Frozen ในสหรัฐ จากต้นทุนนำเข้าสินค้าของบริษัทย่อยในสหรัฐปรับตัวขึ้น ทำให้กระทบ GPM นอกจากนี้มาตรการภาษียังส่งผลกระทบต่อธุรกิจ Frozen ในไทย เนื่องจากบางส่วนมีการส่งออกในรูปแบบ DDP (Delivered Duty Paid) ทำให้บริษัทต้องรับภาระภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อ SG&A อย่างไรก็ตามในช่วง 3Q25 และ ม.ค. 2026 บริษัทได้ทยอยปรับราคาขายขึ้นแล้วเพื่อ pass through ต้นทุนดังกล่าว โดยเราประเมิน sensitivity สำหรับ GPM ธุรกิจ Ambient และ Frozen ที่เปลี่ยนแปลงทุกๆ 10bps จะกระทบกำไรราว +/-2% ขณะที่ยอดขายสหรัฐโดยรวมของ TU ที่เปลี่ยนแปลงทุกๆ 10% จะกระทบกำไร +/-3%
ทั้งนี้กลุ่ม Pet Food เราคงน้ำหนัก “Neutral” และ Top pick ได้แก่ ITC (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) จากแนวโน้มกำไรปกติปี 2026E ฟื้นตัวดีกว่าคู่แข่ง หนุนโดยกลยุทธ์ขยายผลิตภัณฑ์และลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้า premium ซึ่งช่วยหนุน GPM ขณะที่ TU เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 14.00 บาท อิง SOTP จากกำไรปกติปี 2026E จะกลับมาฟื้นในรอบ 4 ปี หนุนโดยสถานการณ์การค้ากลับสู่ปกติมากขึ้น และค่าใช้จ่าย transformation เริ่มลดลง