News Flash
- มีความหวังสงครามอิหร่านใกล้จบ Axios สื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในวันพุธว่า ทำเนียบขาวเชื่อว่าสหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านในรูปแบบของบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 14 ข้อเพื่อยุติสงคราม และวางกรอบสำหรับการเจรจานิวเคลียร์ที่มีรายละเอียดมากขึ้น โดยสหรัฐฯ คาดหวังจะได้รับคำตอบจากอิหร่านในหลายประเด็นสำคัญภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า แม้จะยังไม่มีการตกลงกันอย่างเป็นทางการ แต่นี่คือช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายขยับเข้าใกล้ข้อตกลงมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยกับสำนักข่าว CNBC ว่า อิหร่านกำลังประเมินข้อเสนอแผนสันติภาพทั้ง 14 ข้อของสหรัฐฯ โดยได้ฉุดราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ร่วงลงกว่า 7% ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์)
Implication
- เรามีมุมมองเป็นลบต่อแนวโน้มราคาน้ำมันในระยะสั้น วานนี้ ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลง 7-8% อยู่ในช่วง USD95-101/bbl สะท้อนสถานการณ์สงครามที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าราคาน้ำมันจะยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูงต่อไปจากความไม่แน่นอนของการเจรจาเงื่อนไข
- คาด SET วันนี้มีโอกาส rebound เราคาดว่า SET วันนี้มีแนวโน้มที่ rebound หลังจากปรับตัวลงแรง -2.9% ในช่วงวันที่ 27 ก.พ.2026- 6 พ.ค.2026 จากสถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลาง ขณะที่ วานนี้ดัชนีดาวโจนส์กลับมาฟื้นตัว และตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวขึ้น ทำให้เราคาดว่าวันนี้ SET มีโอกาส rebound ตาม
- มองบวกต่อ sector และหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับตัวลงมาแรงจากข่าวสงคราม โดยเราเลือกหุ้น 5 ตัวที่ลงมาเยอะและคาดว่าจะ rebound ได้ดี คือ CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท), OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท), GPSC (ซื้อ/เป้า 44.50 บาท), BJC (ซื้อ/เป้า 17.00 บาท) และ AOT (ซื้อ/เป้า 60.00 บาท)
(+) กลุ่มท่องเที่ยว (Neutral): หนุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นได้ โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ ERW (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท), CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท), MINT (ซื้อ/เป้า 26.00 บาท), SHR (ถือ/เป้า 1.80 บาท)
( + ) Aviation (Neutral): ได้ sentiment เชิงบวกจากปัจจัยกดดันด้านต้นทุนน้ำมันที่ลดลง และช่วยหนุนการเดินทางท่องเที่ยว หุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ AOT (ซื้อ/เป้า 60.00 บาท) และ AAV (ถือ/เป้า 1.12 บาท) อย่างไรก็ตาม AAV อาจยังมีผลขาดทุนมากใน 2Q-3Q26E
(+) กลุ่มค้าปลีก (Overweight): ต้นทุนน้ำมันลดช่วยลดเเรงกดดันค่าขนส่ง และหนุนกำลังซื้อผู้บริโภคในระยะสั้น ส่งผลบวกต่อ traffic และ SSSG โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้เเก่ BJC (ซื้อ/เป้า 17.00 บาท), CPAXT (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), CPALL (ซื้อ/เป้า 63.00 บาท)
(+) กลุ่ม Beverage (Neutral): รับอานิสงส์เชิงบวกจากต้นทุนพลังงาน 2-4% of COGS และ raw & packaging materials ปรับตัวลดลง โดยหุ้นที่ได้อานิสงส์ ได้แก่ OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท), CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท), SAPPE (ถือ/เป้า 30.00 บาท)
(+) GPSC (ซื้อ/เป้า 44.50) รายได้ gas-linked คิดเป็น 70% สามารถ pass through ค่าก๊าซที่สูงขึ้นได้ ขณะที่ค่า ft ปรับตัวขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เเละปัจจุบันเทรดอยู่ใน valuation ที่น่าสนใจ
(+) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Neutral): เนื่องจากมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 1-2% รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอาจส่งผลให้ต้นทุนวัสดุอื่นๆ ลดลงด้วย โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้แก่ CK (ซื้อ/เป้า 23.00 บาท), STECON (ถือ/เป้า 12.50 บาท)
(+) กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (Neutral): ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมีโอกาสลดแรงกดดันต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการตลาด OR (ซื้อ/เป้า 18.00 บาท) และ PTG (ซื้อ/เป้า 11.50 บาท)
(+) Agri & Food (Non-rated): ได้อานิสงส์จากต้นทุนโดยรวมลดลง เช่น ต้นทุนขนส่ง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้แก่ ITC (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท), TU (ซื้อ/เป้า 12.80 บาท), AAI (ถือ/เป้า 4.00 บาท)
- มองเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น คาดราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลลบต่อหุ้นน้ำมัน (โดยเฉพาะพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น)
(-) กลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น: เราเชื่อว่า PTTEP จะได้รับผลกระทบจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ปรับตัวลดลงแรง ในขณะที่ โรงกลั่นน่าอาจจะเห็นกำไรจากสต๊อก (stock gain) ที่เป็นไปได้ที่ลดลง ทั้งนี้ เราแนะนำ PTTEP (ซื้อ/เป้า 180.00 บาท), SPRC (ถือ/เป้า 7.50 บาท), TOP (ซื้อ/เป้า 50.00 บาท) และ BCP (ซื้อ/เป้า 40.00 บาท)