SET Outlook
ตลาดหุ้นวานนี้ เปิดทำการด้วยการรอคอยการเจรจาหยุดยิงรอบสองของสหรัฐฯ-อิหร่าน และผลกระทบจากหุ้น DELTA ติด “Trading Alert” ฉุดดัชนีฯลงไปถึง 18 จุด คาดวันนี้ ตลาดจะแกว่งกรอบแคบๆ ก่อนเข้าวันสู่วันหยุด และรอดูผลเจรจาหรือความคืบหน้า ที่มีกำหนดเส้นตายข้อตกลงเดิมในวันที่ 21 เม.ย. นี้
ปัจจัยในประเทศ
• หุ้นธนาคาร เข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการ 1Q-2026 : เราคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิรวมของกลุ่มจะอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท (ลดลง 11% YoY จาก NIM ที่อ่อนตัว แต่เพิ่มขึ้น 9% QoQ จาก OPEX ที่ลดลงตามฤดูกาล) ทั้งนี้ TISCO นำส่งกำไรมาแล้วที่ 1.7 พันล้านบาท ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ ... เราประเมินว่า ด้วยหุ้นธนาคารหลายตัว ยังไม่ขึ้น “XD” กอรปกับผลการดำเนินงานยังถือว่าดี จะช่วยหนุนให้นักลงทุนยังคง “ถือ” หรือเข้ามาเก็งกำไรหุ้นธนาคารในช่วงนี้
• มาตรการภาษีของสหรัฐฯ : รัฐบาลสหรัฐฯเตรียมนำมาตรการภาษีศุลกากร กลับมาใช้ภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ โดยจะเปลี่ยนมาใช้การสอบสวนตามมาตรา 301 (Section 301) แทน .... ด้าน รมว.พาณิชย์ ของไทย ได้ให้ข่าวว่า เรื่อง การมีกำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน, ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า และเรื่องการใช้แรงงาน ได้มีการชี้แจงกับทางสหรัฐฯไปแล้ว
• DELTA มีผลลบต่อดัชนีฯ น้อยลง : วานนี้ DELTA ติด Trading Alert (cash balance) เป็นวันแรก จึงมีผลต่อ SET Index มากกว่าปกติ ราว -18 จุด วันนี้ คาด DELTA จะเคลื่อนไหวในกรอบที่แคบลง ทั้งนี้ SET Index ที่ไม่รวมผลของการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น DELTA จะบวกราว 0.9 จุด
• สถานะกองทุนน้ำมันและราคาพลังงาน: กระทรวงพลังงานรายงานปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมีเพียงพอใช้ 110 วัน ขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ 61,591 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 188.28 ล้านบาท (ราคาขายปลีกดีเซล B7 อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร)
• "ศุภจี" ส่งสัญญาณสินค้าอุปโภค-บริโภค, ปุ๋ยเคมี จ่อขึ้นราคา พาณิชย์เตรียมรับมือเงินเฟ้อเม.ย.พุ่ง
• Fund Flow นักลงทุนต่างชาติ: สรุปปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวานนี้ นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิสูงถึง 3,170 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 3,435 ล้านบาท สำหรับตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,175 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: เงินบาทปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 31.99 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือน และแข็งค่านำสกุลเงินในภูมิภาค
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ตลาดกำลังอยู่ในช่วงรอการเจรจารอบสองที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ สินทรัพย์ทางการเงินส่วนใหญ่ค่อยๆ ดีขึ้น แม้สหรัฐฯ จะยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซอย่างเข้มงวด เรามองว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังตอบรับในทางบวกต่อสงครามที่มีแนวโน้มยุติลง ทั้งนี้ S&P เตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อ กลุ่มอาเซียนโดยเฉพาะอินโดนีเซียจะเผชิญความเสี่ยงสูงสุด
• อิสราเอล-เลบานอน หยุดยิง 10 วัน : ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน หลังจากที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้พบปะกันที่กรุงวอชิงตัน ดีซี … ข่าวนี้ ช่วยทำให้การเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน จบลงได้ง่ายขึ้น
• ตัวเลขเศรษฐกิจจีน: GDP ไตรมาส 1/2569 ของจีน ขยายตัวแข็งแกร่งที่ 5% (YoY) สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.5% หนุนจากการส่งออกที่เติบโตชดเชยอุปสงค์ภายในประเทศ
• เข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการหุ้นธนาคารและ Tech ของสหรัฐฯ : หุ้นของสหรัฐฯ ได้เริ่มรายงานกำไร 1Q กันในสัปดาห์นี้ ส่วนใหญ่ผลประกอบการจะออกมาดี จึงเป็นสัญญาณในทางบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯด้วย ธนาคารบางแห่งรายงานผลได้รับผลกระทบจากปัญหา Private Credit น้อย (ทำให้นักลงทุนลดความกังวลลง)
• ตลาดพันธบัตร ส่ง buy signal ให้ตลาดหุ้น : เมื่อดูจาก Bond Yield 10 ปี ของสหรัฐฯ ที่ปรับลงมา 4.3% รวมทั้ง US Bond Yield Curve ที่มีการ shift ทั้งเส้นลงมาจนต่ำกว่าระดับ 1 เดือนก่อนหน้านี้ เป็นสัญญาณว่านักลงทุนลดความกังวลในเรื่องสงคราม ที่ทำให้ expected inflation และ ดอกเบี้ย ลดลงได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีต่อตลาดหุ้น ค่าเงินบาท และ room หรือโอกาสในการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ ในปีนี้ มีมากขึ้น
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• 20-Apr: CH | 1-Year Loan Prime Rate - คาดการณ์ 3.00%
Strategy
• นักลงทุนน่าจะรอดูผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยเรายังมองผลออกมาในทางบวกอยู่ (ไม่กลับไปร้ายแรง) ทิศทางตลาดยังเป็นไปตามที่ประเมิน เป้าหมายแรกรอบนี้ อยู่ในโซน 1523-1545 จุด
• กลยุทธ์หลักของเรายังผสมหุ้นแข็งแกร่ง และหุ้นที่ราคาลงมาลึก แบบ 50/50 โดยหุ้นแข็งแรง เราแนะนำหุ้นธนาคาร , GULF*, ADVANC, TRUE*, CPALL, AOT, CPN* ส่วนหุ้นที่ราคาลงมาลึก ให้คัดจาก list นี้ BA*, BGRIM*, AAV, ERW, OR, OSP
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ CPN, AOT เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CPN(10%), AOT(10%), COM7*(10%), BA*(15%), BGRIM*(15%), ERW(10%), KTB(10%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical : CPN, THCOM
News Comment:
( + ) Bank (Overweight) คลัง เดินหน้า "รถเก่า แลกรถใหม่" กับรถ EV และ Hybrid
( - ) Tourism, Aviation (Neutral) IEA เตือนยุโรปเสี่ยงขาด Jet Fuel ใน 6 สัปดาห์ ท่ามกลางวิกฤต ตอ.กลาง
( 0 ) Energy (Neutral) อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นระยะเวลา 10 วัน
Results Review:
( 0 ) TISCO (ถือ/เป้า 1