SET Outlook
คาดว่าดัชนีฯ มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยได้แรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายลง ทั้งปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ ดัชนีฯ น่าจะสามารถยืนเหนือระดับ 1250 จุดได้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกทางเทคนิค โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากแรงซื้อคืน (Cover Short) และการเข้าเก็งกำไรในหุ้นที่ราคาปรับตัวลงลึก (Laggard) เช่น กลุ่มปิโตรเคมีและค้าปลีก ประกอบกับ Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่พลิกกลับมาซื้อสุทธิอย่างมีนัยสำคัญกว่า 2.6 พันล้านบาทเมื่อวานนี้ อย่างไรก็ตาม อาจมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาบ้างในกลุ่มธนาคารที่กำลังทยอยประกาศงบการเงิน
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองไทย: การเมืองไทย มีแนวโน้มชัดเจนขึ้นโดยคาดว่าจะเห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ได้ภายในไตรมาส 2 หรือ 3 ของปี 2569 ซึ่งจะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินไปได้อย่างปกติและลดความกังวลของนักลงทุนจากปัจจัยความไม่แน่นอนภายในประเทศ
• กองทุนวายุภักษ์ 1: VAYU1 ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2568 ที่ 6.09% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้แม้สภาวะตลาดจะไม่เอื้ออำนวย โดยกลยุทธ์หลักยังคงเน้นการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกลุ่มยุทธศาสตร์และ ESG มากกว่า 90% เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง
• Fund Flow: ปิดวานนี้ (15 ม.ค.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ ในตลาดหุ้นไทย 2,644 ล้านบาท (SET+MAI), ส่วนตลาดตราสารหนี้ ซื้อสุทธิ 173 ล้านบาท ค่าเงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 31.41 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยต่างประเทศ:
• วิกฤตตะวันออกกลางคลี่คลาย: สถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่านผ่อนคลายลงหลังจากที่มีการเปิดน่านฟ้า และสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอการตอบโต้ทางทหาร ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องราคาน้ำมันและ Supply Chain โลก
• มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน: ธนาคารกลางจีน (PBOC) ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม โดยเตรียมลดดอกเบี้ยเงินกู้เชิงโครงสร้างลง 0.25% เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับจีน (Global Play)
• กลุ่มเทคโนโลยีและ AI: TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลกรายงานงบและคาดการณ์รายได้ปี 2026 ที่แข็งแกร่ง บ่งชี้ว่าความต้องการ AI ยังคงเติบโตสูง ช่วยหนุน Sentiment หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในไทย
• ราคาทองคำ: ราคาทองคำและแร่เงินปรับตัวลดลงหลังแตะระดับสูงสุดได้ไม่นาน จากการเทขายทำกำไร โดยสาเหตุหลักมาจากสหรัฐฯ ชะลอการเก็บภาษีนำเข้าแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องอุปทานขาดแคลนและบรรเทาความร้อนแรงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลง
ปัจจัยสัปดาห์หน้า
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันจันทร์ที่ 19 ม.ค. 69 เนื่องจากเป็นวันรำลึก Martin Luther King Jr.
• การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 22-23 ม.ค. 69 โดยผู้ว่าฯ BOJ ยังคงย้ำพร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อ หากเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อเป็นไปตามคาด
• ศาลฎีกาสหรัฐฯ นัดพิจารณาคดีในวันที่ 21 ม.ค. 69 กรณีทรัมป์พยายามปลด ลิซา คุก ผู้ว่าการ Fed รวมถึงอาจมีการพิจารณาคดีการตั้งกำแพงภาษที่ได้เลื่อนออกไปเมื่อสัปดาห์ก่อนในวันเดียกวันนี้
• TTB เตรียมซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. ถึงวันที่ 4 ก.พ. 69 โดยกำหนดราคาซื้อหุ้นคืนที่เป็นราคาสุดท้าย เท่ากับ 2.03 บาทต่อหุ้น
• สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเส้นตาย 19 ม.ค. ทุกพรรคการเมืองนำส่งนโยบายหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 2569 หลังจากนี้จะได้เห็นความชัดเจนทิศทางการเมืองและคะแนนเสียงเพิ่มมากขึ้น
• บีโอไอนำคณะ "ทีมไทยแลนด์" ร่วมเวที WEF 2026 ณ เมืองดาวอส วันที่ 19-23 ม.ค. 69 เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่าง AI และเทคโนโลยีสีเขียว พร้อมเร่งปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมายเพื่อสร้างโอกาสการลงทุนที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US-Manufacturing (SIC) Production
• US-คำกล่าวของสมาชิก FOMC: Michelle W. Bowman
Strategy
• ดัชนีฯ กลับมายืนในกรอบ 1250-1280 จุด หากวันนี้ไม่มีข่าวลบใหม่เข้ามากระทบ คาดว่าจะมีแรงเก็งกำไรต่อเนื่องในหุ้นกลุ่ม Global Play ที่ได้ประโยชน์จากจีนและหุ้นที่ลงมาลึก
• กลุ่มที่น่าสนใจเข้าเก็งกำไรระยะสั้น ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมี (IVL) ที่รับข่าวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน กลุ่มสื่อสาร (ADVANC*, TRUE) ที่มีแนวโน้มกำไรเติบโต และ กลุ่มค้าปลีก (CPAXT, CRC, HMPRO, GLOBAL) ที่ราคายัง Laggard
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ IVL เข้ามา หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย IVL(20%), BDMS*(10%), TTB(10%), ADVANC*(10%)
Technical : DELTA, NCAP
News Comment:
( + ) CRC (ถือ/เป้า 20.50 บาท) CRC อัดแคมเปญ “Shop More, Get More” กระตุ้นยอดรับตรุษจีน
( 0 ) Construction Services (Neutral) นายกฯ สั่งยกเลิกสัญญา 2 โครงการและขึ้นบัญชีดำ ITD ขณะที่ รมว.คมนาคม อาจประกาศหยุดงานก่อสร้างทั้งหมด
News Flash:
( + ) CPN (ซื้อ/เป้า 64.00 บาท), CENTEL (ซื้อ/เป้า 36.00 บาท), CRC (ถือ/เป้า 20.50 บาท) บอร์ดรฟท. ต่อสัญญา เซ็นทรัล ลาดพร้าว 30 ปี ผลตอบแทน 3.3 หมื่นล้านบาท
( - ) Bank (Overweight) ผลกระทบต่อกลุ่มธนาคาร หลังจากที่อนุทินสั่งลงดาบ ITD ยกเลิกสัญญาขึ้นบัญชีดำ
Company Update:
( - ) AOT (ปรับลงเป็น ถือ/เป้า 54.00 บาท) 1QFY26E จะลดลง YoY; PSC มาช้ากว่าคาดปรับลดกำไร FY26E