logo
search
flag-en
share-icon

 TOURISM (NEUTRAL)

News Flash

  • ชาวสิงคโปร์ 2 คนที่อยู่บนเรือสำราญที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสฮันตา เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 26 กล่าวว่า สำนักงานโรคติดต่อแห่งสิงคโปร์ (CDA) รายงานกรณีชาวสิงคโปร์ 2 คนที่อยู่บนเรือสำราญที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสฮันตา ถูกแยกกักตัวภายใต้การเฝ้าระวังที่ศูนย์โรคติดต่อแห่งชาติของสิงคโปร์ (NCID) ขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันติดเขื้อไม่ได้เดินทางมายังสิงคโปร์แต่เสียชีวิตในแอฟริกาใต้ โดยเป็นชายสองคนอายุ 65 และ 67 ปี อยู่บนเรือลำที่มีปัญหาการติดเชื้อและร่วมเที่ยวบินเดียวกันกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสฮันตา จากเซนต์เฮเลนาไปยังโจฮันเนสเบิร์กเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ขณะที่ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปในสิงคโปร์ในขณะนี้อยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ เรือ MV Hondius ตกเป็นศูนย์กลางของความวิตกกังวลด้านสุขภาพระดับนานาชาติมาตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อหน่วยงานด้านสุขภาพของสหประชาชาติได้รับแจ้งว่าผู้โดยสาร 3 รายเสียชีวิต และสาเหตุที่สงสัยคือไวรัสฮันตา จนถึงวันพุธ มีผู้ติดเชื้อแล้ว 8 ราย รวมถึงผู้เสียชีวิต 3 ราย ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญลำดังกล่าว ตามข้อมูลของ CDA ขณะที่โรคหายากนี้มักแพร่กระจายจากสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ โดยทั่วไปผ่านทางปัสสาวะ, มูล และน้ำลาย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันแล้วว่าไวรัสที่ตรวจพบในเรือ Hondius เป็นสายพันธุ์หายากที่สามารถแพร่เชื้อระหว่างมนุษย์ได้ จึงเป็นที่มาของความวิตกกังวลในปัจจุบัน (ที่มา: ไทยโพสต์)

 

Implication

  • เรามองเป็น sentiment เชิงลบต่อกลุ่มท่องเที่ยว โดยปัจจุบันที่สิงคโปร์มีผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อแล้ว แต่ยังไม่มีการระบาดเข้าประเทศไทย แต่อย่างไรก็ดี เราคาดผลกระทบยังจำกัดในปัจจุบัน เพราะสถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในวงจำกัดและมีการกักตัวเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ไวรัสฮันตาที่เป็นสายพันธุ์แอนดีส (Andes Virus) เคยเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ปี 1995 ที่อาร์เจนตินา โดยมีผู้ป่วยทั้งหมดมีไม่ถึง 1,000 คน ขณะที่มีการระบาดครั้งใหญ่เมื่อปี 2018-2019 มีผู้ติดเชื้อ 34 ราย และเสียชีวิตที่ 11 คน ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตราว 32% โดยการแพร่ระบาดเราคาดว่าจะยากกว่าโควิด เพราะต้องมีการสัมผัส/สารคัดหลั่งและใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโดยตรง ขณะที่โควิดแพร่เชื้อง่ายกว่าจากละอองฝอย/ละอองลอยในอากาศ แต่อัตราการเสียชีวิตต่ำกว่ามากโดยเฉลี่ยเพียง 1% แต่อย่างไรก็ดี เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเราคาดว่าหุ้นที่จะได้รับ sentiment เชิงลบจากมากไปน้อยเรียงตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศ (กรณีที่มีการระบาดมาถึงไทย) คือ ERW, CENTEL, MINT, SHR
  • คงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 2026E ที่ 30 ล้านคน/4.8 ล้านคน เรายังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2026E จะอยู่ที่ 30 ล้านคน ลดลง -9% YoY จากปี 2025 ที่ 33 ล้านคน ลดลง -7% YoY และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2026E จะอยู่ที่ 4.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น +7% YoY จากปี 2025 ที่ 4.5 ล้านคน ลดลง -34% YoY

Valuation/Catalyst/Risk

เราให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “เท่ากับตลาด” โดยราคาหุ้นของกลุ่มท่องเที่ยวที่ลงมากว่า 30% หลังจากการเกิดสงครามน่าจะรับรู้ข่าวร้ายไปแล้ว ขณะที่เราชอบ ERW เพราะจากการอัพเดทกับ ERW (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท) ยังคงมียอด On the book ใน 2Q26E ที่ RevPAR ยังเติบโตได้ดีที่ +2-3% YoY จากฐานต่ำในปีก่อน ส่วน CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท) มียอด On the book ใน 2Q26E มี RevPAR ที่รวมดูไบลดลง -15% YoY แต่หากไม่รวมดูไบ RevPAR จะยังทรงตัว YoY ส่วน SSSG เริ่มหดตัวในเดือน เม.ย. 26 ที่ -3% YoY

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

DAOL SECURITIES (THAILAND) PUBLIC COMPANY LIMITED

DAOL Contact Center +66 2351 1800contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address 87/2 CRC Tower, 18th Fl., All Seasons Place, Wireless Road, Lumpini, Pathumwan, Bangkok 10330 THAILAND

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

SecuritiesInvestment ManagementREIT ManagementLending Services

©2026 DAOL SECURITIES (THAILAND) PUBLIC COMPANY LIMITED สงวนลิขสิทธิ์