เรายังคงมุมมองเชิงลบต่อภาพรวมผลประกอบการระยะสั้นของบริษัท โดยเราประเมินว่า SCC จะรายงานขาดทุนสุทธิ 4Q25E ที่ -2.7 พันล้านบาท เทียบกับ -512 ล้านบาทใน 4Q24 และ -669 ล้านบาทใน 2Q25 โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ ดังนี้
1) ธุรกิจปิโตรเคมียังคงมีแนวโน้มที่อ่อนแอตามแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ (olefins spread) ที่อ่อนแอ แม้ว่าปริมาณขายรวมผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีน่าจะทรงตัวสูงจากการที่โครงการ Lon Son Petrochemical Complex (LSP) ยังดำเนินการได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน น่าจะลดลง QoQ จากการหายไปค่าใช้จ่ายในการเริ่มดำเนินการประมาณ 200-300 ล้านบาท
2) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ก่อสร้างน่าจะมีรายได้ที่อ่อนตัว QoQ ตามปริมาณขายของกลุ่มที่พักอาศัย (residential) ที่ยังคงอ่อนแอ อย่างไรก็ดี เราคาดว่าอัตรากำไรของธุรกิจโดยรวมจะดีขึ้น YoY จากแผนการควบคุมต้นทุนที่ดีและการปรับขึ้นราคาปูนซีเมนต์ระหว่างปี 2025
3) เราคาดว่าบริษัทจะรับรู้ผลขาดทุนทางบัญชี (accounting loss) ประมาณ 1.8 พันล้านบาท หลังจากบริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด (BBM) (SCC ถือหุ้นทางอ้อม 50%) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล NocNoc ได้แจ้งยกเลิกประกอบธุรกิจ NocNoc
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2025E ที่ 1.66 หมื่นล้านบาท (+162% YoY) จากการรับรู้กำไรพิเศษเกิดขึ้นครั้งเดียวที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างที่เกี่ยวกับบริษัท PT Chandra Asri Pacific Tbk. (CAP) ทั้งนี้ หากประมาณการ 4Q25E เป็นไปตามที่เราคาด กำไรสุทธิ 2025 จะต่ำกว่าเราคาด 9%
เรายังคงคำแนะนำ “ขาย” ที่ราคาเป้าหมายปี 2026E ที่ 160.00 บาท อิงวิธี SOTP โดยเราคงมุมมองว่าบริษัทจะยังคงเผชิญกับภาพรวมธุรกิจปิโตรเคมีที่ยังคงอ่อนแอในปี 2026E