เรามีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์(22 พ.ค.) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
1) บริษัทเดินหน้าลดต้นทุนผ่านการปรับปรุงวัตถุดิบ การลงทุน automation และติดตั้ง Solar Rooftop มากกว่า 500 แห่ง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน
2) ธุรกิจ Packaging และ MMVN ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของยอดขายกาแฟ การเติบโตของการส่งออก การขยายฐานลูกค้าใหม่ และผลประกอบการ MMVN ที่แข็งแกร่ง โดยเริ่ม consolidate ผลประกอบการเข้ามาตั้งแต่ 15 พ.ค. 26 ที่ผ่านมา
3) MSC ยังมีแนวโน้มเติบโตจาก E-commerce, Donjai และ Private Label โดยสัดส่วนยอดขาย Private Label ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 17.4% ใน 1Q26 และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
4) บริษัทปรับเป้า GPM ปี 2026E จากเดิมคาดขยายตัว +10-20bps เป็นทรงตัวถึงหดตัวเล็กน้อย จากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และการรวมธุรกิจโรงแก้วต่างประเทศ แม้จะมีมาตรการลดผลกระทบผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์และการใช้ plastic substitute ก็ตาม
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/27E ที่ 4.4/4.6 พันล้านบาท +4%/+4% YoY หนุนโดยยอดขายธุรกิจ PSC ที่เพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิตที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจ MSC คาด SSSG พลิกเป็นบวกที่ +1.5% YoY และ GPM ขยายตัวสู่ 20.5% จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า high margin เพื่อชดเชยสัดส่วนยอดขาย non-food ที่ลดลง
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 15.5 เท่า (-1.5 SD below 5-yr average) โดยมีลุ้น catalyst เสริมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่อาจช่วยชดเชยภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น underperform SET -17% และเทรดอยู่ใน valuation ที่น่าสนใจ คิดเป็น PER 2026E ที่เพียง 13.0x