เรามองเป็นลบจากการปรับเพิ่ม PSC ที่ล่าช้ากว่าคาด รวมถึงแนวโน้มกำไร 1Q-3QFY26E จะยังลดลง YoY ต่อเนื่อง โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1) เราประเมิน 1QFY26E จะมีกำไรสุทธิ 4.5 พันล้านบาท -16% YoY, +16% QoQ โดยกำไรลดลง YoY จากรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่จะปรับตัวลดลง หลังจากการแก้ไขสัญญาดิวตี้ฟรีปรับลด MG กับ KPD เป็นไตรมาสแรก ขณะที่กำไรยังเพิ่มขึ้น QoQ จากจำนวนผู้โดยสารที่เติบโต ตามปัจจัยฤดูกาลที่เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว โดยมีจำนวนผู้โดยสารรวมที่ 34.4 ล้านคน +2% YoY, +20% QoQ
2) เราประเมินการปรับเพิ่ม PSC จะล่าช้ากว่าเดิม 1 ไตรมาส เป็นเริ่มใช้อัตราใหม่ ก.ค.26 จากเดิม เม.ย.26 โดย กพท. คาดว่าจะมีการนำส่งเอกสารให้ รมว.คมนาคม ลงนามได้ภายในเดือน ม.ค.26 และเนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ อาจต้องส่งเรื่องไปสอบถามความเห็นจาก กกต. และหลังจากมีการลงนามจะใช้เวลา 4 เดือนเริ่มใช้อัตราใหม่ อย่างไรก็ตาม กรณีต้องรอรัฐบาลชุดใหม่การขึ้น PSC จะล่าช้ากว่าเดิมราว 6 เดือน ซึ่งจะกระทบต่อกำไร FY26E มากขึ้น แต่จะยังไม่กระทบกำไร FY27E มากนัก
เราปรับประมาณการกำไร FY26E ลง 10% เป็น 1.9 หมื่นล้านบาท +5% YoY เนื่องจากเราประเมินการปรับเพิ่ม PSC ที่จะล่าช้าจากเดิมราว 1 ไตรมาส ขณะที่เรายังคงประมาณการกำไร FY27E ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท +44% YoY
เราปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” ยังคงราคาเป้าหมาย 54.00 บาท อิง DCF (WACC 7.0%, terminal growth 3.0%) โดยราคาหุ้นในช่วง 3 เดือน ปรับตัวเพิ่มขึ้น และ outperform SET 28% ได้สะท้อนประเด็นการปรับเพิ่ม PSC มากแล้ว ขณะที่ระยะสั้นยังมีปัจจัยกดดันจากความล่าช้าในการบังคับใช้ PSC อัตราใหม่ รวมถึงแนวโน้มกำไร 1Q-3QFY26E จะยังไม่เด่นลดลง YoY อย่างต่อเนื่องจากการปรับสัญญาดิวตี้ฟรีกับ KPD ทั้งนี้ สมมติฐานเลื่อน PSC ใหม่ออกไปจากเดิม 3 เดือน จะยังไม่กระทบราคาเป้าหมายมากนัก จึงยังคงราคาเป้าหมายเดิม