เรามองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ (29 พ.ค.) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
1) รายได้ที่ชะลอตัวใน 1Q26 โดยหลักเป็นผลจากการบริหารสต็อกของลูกค้าเนื่องจากลูกค้าชะลอเพื่อรอดูนโยบาย tariffs โดยยืนยันว่าไม่ใช่การสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด ขณะที่มองว่าลูกค้ามีโอกาสกลับมา restock มากขึ้นหลังนโยบาย tariffs ครบกำหนด 150 วัน
2) คาดจะเริ่มเห็นผลกระทบต้นทุนปรับตัวขึ้นตั้งแต่ปลาย พ.ค.-ต้น มิ.ย. 2026 อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนจะทยอยปรับราคาขายขึ้นตั้งแต่ มิ.ย. 2026 โดยยังมองว่า GPM 2H26E จะกลับมาดีขึ้น HoH
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E ที่ 672 ล้านบาท (-7% YoY) สำหรับ 2Q26E เบื้องต้นคาดการณ์กำไรปกติจะอ่อนตัว YoY จากต้นทุนโดยรวมสูงขึ้นกดดัน GPM และทรงตัว QoQ
คงคำแนะนำ “ถือ” และราคาเป้าหมาย 4.00 บาท อิง 2026E PER 12.5x (-0.5SD below 3-yr average PER) โดยเราคงมุมมองระมัดระวังจากกำไรปกติปี 2026E มีโอกาสชะลอตัวมากกว่าคาดจากต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่การขยายลูกค้ารายใหม่ใน 3Q26E คาดจะยังเป็นบวกจำกัดในปี